AirCraft Coffee (แอร์คราฟท์ คอฟฟี่) กาแฟ แฟรนไชส์กาแฟ ธุรกิจกาแฟ ร้านกาแฟ พร้อมลงทุน
เปิดร้านกาแฟง่ายๆ กับเราแอร์คราฟคอฟฟี่ เจาะลึก ทุกแง่มุมใน ธุรกิจกาแฟสด ต้นทุนต่ำ คืนทุนเร็ว จากประสบการณ์จริง!!!!! ที่ไม่มีใน...ตำรากาแฟ...เล่มใด
เรายินดีเป็นผู้นำเสนอเนื้อหาและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับกาแฟจากทั่วทุกมุมของประเทศไทย และทุกมุมบนโลกที่น่ารักใบนี้ อาทิเช่น
- เรื่องประวัติตำนานกาแฟสายพันธุ์ต่างๆ
- เมล็ดกาแฟ
- เครื่องชงกาแฟทั้งชนิดชงได้อัตโนมัติ และชนิดหัวกุ๊ป
- เครื่องบดกาแฟแบบมืออาชีพ
- ถ้วยกาแฟ
- หลอดกาแฟ
- อุปกรณ์กาแฟ น่ารัก น่ารัก ทั้งในและต่างประเทศ
- การซ่อมเครื่องชงกาแฟ ราคากันเอง
บริการฟรี ฟรี แค่โทร 02 8994766, 081 1229914 (มือถือ 24 ชม.)
ถ้าใครอยากจะ เปิดร้านกาแฟ แต่ไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นที่ตรงไหน สอบถามมาที่เราผ่านทางเว็ปบอร์ดหรืออีเมลล์ก็ได้นะ ทีมงานของเรามีประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟมาฝาก รับรองเป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟจริงๆ นับร้อยสาขาที่ไม่มีในตำราหรือตำนานกาแฟเล่มใดๆ บนโลก ซึ่งอยากจะแชร์ประสบการณ์เหล่านั้นให้เพื่อนๆคนรักกาแฟทั้งหลายได้รับรู้เป็นบทเรียนก่อนตัดสินใจลงทุนก้าวเข้าสู่ธุรกิจกาแฟอย่างเต็มตัว
โปรโมชั่น ประจำเดือน พฤษภาคม 2551
 |
เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อ โนว่า รุ่น ออสก้า
ราคาปกติ 40,000 บาท
พิเศษ 31,900 บาท
(ด่วนจำนวนจำกัด)
|
ยี่ห้อ Nuova Simonelli รุ่น Oscar Professionl
เป็นเครื่องทำกาแฟระบบช้อนอัดขนาดกลาง ที่มีประสิทธิภาพที่แท้จริง สะดวก รวดเร็ว เพียงกดปุ่มปล่อยน้ำกาแฟ ก็เปรียบเสมือนกดปุ่มเพื่อถ่ายรูปจากกล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ทุกชิ้นภายในตัวเครื่อง ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่หัวกุ๊ปที่เป็นแบบมืออาชีพ นั่นแสดงว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นมืออาชีพ เครื่องชงกาแฟออสก้า สามารถชงกาแฟได้พร้อมๆกันกับการทำสตีมฟองนมคาปูชิโน ซึ่งก้านตีฟองนมนี้สามารถหมุนได้ 360 องศา พร้อมยางหุ้มเพื่อห้องกันความร้อน สามารถอุ่นแก้วได้พร้อมกันถึง 12 ถ้วย
เครื่องบดที่แนะนำ
- ยี่ห้อ นูโอว่า ซีโมเนลลี่ (Nuova Simonelli) รุ่น กรินต้า (Grinta) รายละเอียด
- ยี่ห้อ ไอแมท (Imat) รุ่น ไอน็อก (Inox) รายละเอียด
|
 |
เครื่องชงกาแฟ
ยี่ห้อ ไอแมท รุ่น นาโปลิทาน่า
ราคาปกติ 35,000 บาท
พิเศษ 29,960 บาท
(ด่วนจำนวนจำกัด)
|
ยี่ห้อ Imat รุ่น Napolitana (ยอดนิยม)
เป็นเครื่องชงกาแฟนำเข้าจากอิตาลี ระบบช้อนอัดขนาดกลาง ที่มีการรวมเครื่องบดไว้ในเครื่องเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบดให้สิ้นเปลือง มีหัวเป่าฟองนมคาปูชิโน สามารถทำกาแฟได้ 60-80 แก้วต่อชั่วโมง ชงต่อเนื่องได้ 8-10 แก้ว โดยไม่ต้องหยุดพักเครื่อง Boiler ทำจากทองแดงผสมทองเหลือง ซึ่งให้คุณสมบัติทั้งการนำความร้อนที่ดี และแข็งแรงทนทานค่ะ แรงดัน 15-16 บาร์ (สเตนเลส) พร้อมเครื่องบดในตัว
|

เปิดร้านกาแฟง่ายๆ แบบกึ่งแฟรนไชส์ กับแอร์คราฟคอฟฟี่ เริ่มต้นเพียง 19,900 บาท ได้เครื่องชงกาแฟด้วยจ้า พร้อมอบรมสูตรกาแฟนานาชาติฟรี ดูรายละเอียดที่นี่!!
การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ ให้เหมาะกับคุณ
เครื่องชงกาแฟ ในเมืองไทยปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรุ่นและยี่ห้อ ทำให้ผู้บริโภค กาแฟ ในเมืองไทยมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งซื้อ เครื่องชงกาแฟขนาดเล็กไปชงดื่มที่บ้าน หรือ ซื้อ เครื่องชงกาแฟ ขนาดกลางถึงใหญ่ไป เปิดร้านกาแฟ
การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ มีคำแนะนำเบื้องต้น ดังนี้
1. ซื้อเพื่อดื่มที่บ้าน หรือ เปิดร้านกาแฟ
- ถ้าซื้อเพื่อดื่มที่บ้าน ก็ควรเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟที่สะดวกและง่ายต่อการทำเครื่องดื่มกาแฟ และ ง่ายต่อการล้างทำความสะอาดและที่สำคัญเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของบ้านด้วย เพื่อความสวยงาม
- ถ้าเปิดร้านกาแฟ สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุด คือ เปิดร้านกาแฟแบบใด
- ถ้า เปิดร้านกาแฟ โดยเฉพาะ เราควรให้ความสำคัญกับ เครื่องชงกาแฟ เป็นพิเศษ เพราะเปรียบเสมือนพระเอกประจำร้านเรา ควรเลือก เครื่องชงกาแฟ ที่มีแรงดันอย่างน้อย 15 บาร์, ตัวเครื่องทำจากเหล็ก หรือ สแตนเลส หรือ วัสดุที่แข็งแรงทนทาน, ขนาดบอยเลอร์(หม้อต้มน้ำในตัวเครื่อง) ไม่ควรน้อยกว่า 500 ซีซี, การใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก และสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
- ถ้า เปิดร้านกาแฟ ควบคู่กับ ร้านค้าอย่างอื่น เช่น ร้านเบเกอร์รี่, ร้านหนังสือ, ร้านหมอฟัน, ร้านไปรษณีย์ หรือ ร้านค้าประเภทอื่นๆ ควรเลือกเครื่องชงกาแฟที่ทำงานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เป็นหลัก
2. งบประมาณที่มี
ควรจัดทำงบประมาณการทั้งหมดในการเปิดร้าน โดยแบ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกเป็นสัดส่วน เช่น
- ค่าก่อสร้างร้าน คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์
- ค่าเช่า และมัดจำพื้นที่ คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์
- ค่าเครื่องชงกาแฟ และเครื่องบดกาแฟ คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์
- เงินทุนหมุนเวียน คิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์
3. ประเทศผู้ผลิต
ควรเลือก เครื่องชงกาแฟ ที่ผลิตในประเทศที่น่าเชื่อถือ อาทิเช่น ประเทศต้นกำเนิด เครื่องชงกาแฟ อย่างประเทศอิตาลี เป็นต้น ก็จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า เครื่องชงกาแฟ ที่ท่านซื้อนั้นได้มาตรฐาน ปลอดภัย
4. ตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทย
ผู้จำหน่ายในประเทศไทยก็เป็นส่งสำคัญที่ผู้เลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟ ควรคำนึงถึง เพราะนั่นหมายถึงการรับประกันหาก เครื่องชงกาแฟ ซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้ คือ ขายแล้วไม่ทอดทิ้งกัน มีบริการหลังการขาย มีการฝึกอบรมการใช้เครื่องชงกาแฟ มีคู่มือทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ถ้าแถมสูตรการชงกาแฟ นานาชาติด้วยแล้ว ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
5. ศูนย์ซ่อมเครื่องชงกาแฟ
เป็นสิ่งที่ผู้กำลังเลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟ สักเครื่องไม่ควรมองข้าม เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดต้องการการบำรุงรักษา ซ่อมแซม ยิ่ง เครื่องชงกาแฟ ด้วยแล้ว มีอะไหล่บางชิ้นเป็น อะไหล่ สิ้นเปลืองที่ต้องทำการเปลี่ยนบ่อยๆ อาทิเช่น ซีลยาง การล้างตะกรันบอยเลอร์ เฟืองบด ฟันบด เป็นต้น ควรเลือกบริษัทผู้แทนจำหน่ายที่มีศูนย์ซ่อม มีช่างเป็นของตนเอง และอะไหล่พร้อมเสมอ
รุ่น เครื่องชงกาแฟ ที่แนะนำ คือ
- ยี่ห้อ ไอแมท รุ่น นาโปลิทาน่า จะเป็น เครื่องชงกาแฟ ที่มาพร้อมกับเครื่องบดกาแฟในตัว (อ่านเพิ่ม)
- ยี่ห้อ นูโอว่า ซิโมเนลลี่ รุ่น ออสก้า จะเป็น เครื่องชงกาแฟ ขนาดกลางที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ด้วยขนาดบอยเลอร์ ถึง 2 ลิตร (อ่านเพิ่ม)
มาตรฐานการจัดการภายในร้านกาแฟ เพื่อยกระดับร้านกาแฟในประเทศไทย ให้เทียบเท่า ร้านกาแฟ ระดับสากล
ผู้เขียนขอนำประสบการณ์จริงที่ได้จากการบริหารจัดการ ร้านกาแฟ เกือบ 8 ปี มาเล่าสู่กันฟังนะค่ะ ผิดถูกอย่างไรคอกาแฟ และมืออาชีพทั้งหลายให้คำติชมได้นะค่ะ
1. เรื่องความสะอาด
การเปิดร้านกาแฟ ก็ไม่แตกต่างจากการเปิดร้านอาหารสักเท่าใดนัก เพียงแต่เราย่อส่วนลงมาเท่านั้นเอง ฉะนั้นความสะอาดก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เริ่มตั้งแต่
- เคาน์เตอร์ชงกาแฟ ควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ทำไปเช็ดไปดีที่สุด
- ถ้วยตวง และอุปกรณ์การชง จะต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากชงเครื่องดื่มเสร็จ
- เหยือกตีฟองนม ควรมี 2 ใบ ใบแรก สำหรับเทน้ำนมเพื่อตีฟองนม ทำเมนูคาปูชิโน เมื่อตีฟองนมเสร็จแล้ว ให้ถ่ายน้ำนมที่เหลือจากการตีไปไว้ในเหยือกตีฟองนมใบที่สอง แล้วนำไปล้างทำความสะอาดแช่ตู้เย็นไว้ เพื่อพร้อมที่จะใช้ในการตีฟองนมครั้งต่อไป สำหรับใบที่สอง มีไว้สำหรับเก็บน้ำนมที่ผ่านการสตีมฟองนมแล้ว จะนำกลับมาสตีมฟองนมได้อีกเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น
- ผ้าขี้ริ้ว สำคัญมากควรใช้น้ำยาซักผ้าขาว แช่ และซักทำความสะอาดทุกวัน
- เตาปิ้งขนมปัง และตู้เย็น รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ภายในร้าน ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาด ไม่ให้มีคราบเศษอาหารหลงเหลืออยู่
- เครื่องชงกาแฟ ควรทำการล้างหัวกุ๊ปด้วยน้ำยาล้างหัวกุ๊ปเป็นประจำทุกวัน หรือ อย่างน้อย 3 วันครั้ง
- ถังขยะ ควรมีการใส่ถุงดำก่อนทิ้ง และนำไปทิ้งทุกวัน
2. เรื่องบริหารจัดการ
หาก ร้านกาแฟ ใดมีการบริหารจัดการที่ดี โอกาสอยู่รอดและทำกำไรได้สูงก็มีมากตามไปด้วย มีเรื่องอะไรบ้างที่เราควรจะจัดการ
- สต๊อกสินค้า ควรมีการตรวจนับทุกสัปดาห์ และทำลิสต์สั่งซื้อสินค้าทุกสัปดาห์ จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับการซื้อของเข้าร้านทุกวัน
- การทำบัญชี หากร้านใดมีเครื่องแคชเชียร์ หรือที่เรียกว่า เครื่องคิดเงินนั่นเอง ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเครื่องคิดเงินเหล่านี้จะสามารถช่วยเราวิเคราะห์ยอดขายเบื้องต้นได้ และควรมีการลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย ประจำร้านด้วยค่ะ
- การจัดเก็บสินค้า ควรบริหารแบบ FIFO (First In First Out) สินค้าใดซื้อมาก่อนก็ควรนำมาใช้ก่อน เรียงสินค้าที่ซื้อมาใหม่ไว้ด้านล่างเสมอ จะได้ใช้สินค้าอย่างทั่วถึง และสินค้าไม่หมดอายุก่อนที่เราจะนำมาใช้ โดยเฉพาะกาแฟ ถ้าเราเก็บไว้นานๆ คุณภาพก็จะด้อยลงค่ะ
3. เรื่องการบริการ
ด้วยการแข่งขันของ ธุรกิจร้านกาแฟ ที่รุนแรงในปัจจุบัน นอกเหนือจากการแข่งขันกันที่ รสชาติเครื่องดื่ม, เมนูเครื่องดื่ม ที่หลากหลาย, การตกแต่งร้านที่สวยงาม, การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ส่วนลด แลก แจก แถม แล้วนั้น การมีบริการก็เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นสเน่ห์ให้ ร้านกาแฟ เล็กๆ ของพวกเราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้เช่นกัน การบริการที่ดี อาทิเช่น
- พนักงานขายกาแฟ หรือ บาริสต้า ควรจะมีกิริยามารยาทเรียบร้อย สุภาพ คุยสนุกสนาน มีปฏิภาณไหวพริมที่ดีในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- เจ้าของร้าน ก็มีส่วนช่วยส่งเสริมให้ร้านกาแฟมีสเน่ห์เพิ่มมากขึ้น หากเจ้าของร้านเอาใจใส่ ทักทายลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามา แต่ควรระวัง อย่าจุ้นจ้านจนเกินงามนะค่ะ
- บริการเสริมอื่นๆ ภายในร้าน เช่น อินเตอร์เน็ท เล่นเกมส์
4. เรื่องเครื่องแต่งกาย หรือ ชุดฟอร์ม
หากกล่าวถึงมาตรฐาน แล้วไม่พูดถึงเรื่องเครื่องแต่งกายของพนักงานขายกาแฟ หรือ บาริสต้า ของเราก็คงจะขาดอะไรไปสักอย่าง ร้านกาแฟ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็ก หรือ ใหญ่ก็ตาม ควรมีชุดฟอร์มประจำร้าน เพื่อเป็นการตอกย้ำชื่อร้าน และทำให้ลูกค้ามั่นใจว่า ได้เครื่องดื่มจากบาริสต้าตัวจริง ไม่ใช่เพื่อนบาริสต้า!!!
5. รสชาติ เครื่องดื่ม
การชงกาแฟ เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ใช้ความสามารถและความชำนาญส่วนบุคคลในการทำเครื่องดื่มแต่ละแก้ว ธุรกิจกาแฟจึงมีสเน่ห์เย้ายวนให้น่าลงทุนอยู่เสมอ แต่เราจะจัดการกับมาตรฐานด้านรสชาติได้อย่างไร ให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นบาริสต้าคนใดในร้านเรามาชงก็ตาม
เคล็ดลับง่ายๆ คือ ควรมีอุปกรณ์ชั่วตวงวัดที่ได้มาตรฐาน เช่น ถ้วยตวง, ช้อนตวงขนาดต่างๆ, หรือเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่มีบริการแพ็คกาแฟให้ง่ายต่อการชง คือ 1 ซอง ต่อ 1 แก้ว ก็จะได้ประโยชน์ถึงสองทาง คือ มาตรฐานด้านการชง และมาตรฐานด้านการบริหารจัดการสต็อกสินค้า
นอกจากอุปกรณ์ชั่ง ตวงวัด ต่างๆ แล้ว การควบคุมอุณหภูมิก็มีส่วนสำคัญ ควรมีเทอร์โมมิเตอร์คุมอุณหภูมิการตีฟองนมเสมอ ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 60 องศาเซลเซีนส หรือ 140 องศาฟาเรนท์ไฮน์
|